สาหร่ายทะเล สมุนไพร สรรพคุณป้องกันมะเร็ง

7:45 PM

สาหร่ายทะเล

สาหร่ายทะเลเป็นพืชสมุนไพรป้องกันมะเร็งอีกชนิดหนึ่ง ในสาหร่ายทะเลจะมีสารแคลเซียมอยู่มาก ซึ่งสารนี้มีประโยชน์ คือปรับปรุงความสมดุลระหว่างกรดกับด่างในเลือด จึงสามารถป้องกันมะเร็งได้ นอกจากนี้ สรรพคุณอีกอย่างของสาหร่ายทะเล คือ เซลลูโรส ในสาหร่ายทะเลนั้นย่อยยาก เมื่อรับประทานแล้วจะทำให้ปริมาณอุจจาระเพิ่มขึ้น จึงช่วยขับถ่ายสารก่อมะเร็งออกจากร่างกาย

สาหร่ายทะเล
cr: thai.alibaba.com


สาหร่ายทะเล สรรพคุณ ทางด้านอาหารแปรรูป


  • ทำขนมขบเคี้ยว
  • เป็นส่วนแต่งเติมเพิ่มสีสันให้อาหาร
  • แกงจืด
  • สาหร่ายทะเลให้พลังงาน 0 kcal

สาหร่ายทะเล ประโยชน์และสรรพคุณ

สาหร่ายทะเล ส่วนใหญ่มักจะใช้ปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู และมักจะอบแห้งทำเป็นขนมให้เด็กๆ ได้ทานกันอีกด้วย ยิ่งเป็นอาหารญี่ปุ่นด้วยแล้วยิ่งใช้สาหร่ายทะเลกันมากและในสาหร่ายทะเลยยังมีแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการอยู่ด้วยกันถึง 18 ชนิดด้วยกัน เช่น ไอโอดีน โดยปกติแล้วคนเราต้องการไอโอดีนประมาณ 0.1-0.3 มิลลิกรัมต่อวัน หากเทียบกับการกินสาหร่ายทะเลชนิดแผ่นขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร ยาว 2 เซนติเมตร แค่นี้ก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวันและช่วยป้องกันโรคคอพอกได้ ธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในสาหร่ายทะเล ซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลรวมทั้งบำรุงเส้นผมให้ดกดำเป็นมันเงางามมากยิ่งขึ้นทองแดง หน้าที่ดูดซึมธาตุเหล็กและสร้างฮีโมโกลบินที่ไขกระดูก หากร่างกายขาดธาตุนี้จะทำให้เป็นโรคโลหิตจางและผมร่วงง่าย 

สังกะสี เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์หลายชนิดในร่างกายช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันใยอาหาร ช่วยเพิ่มปริมาณอุจจาระทำให้ท้องไม่ผูกและเร่งการขับถ่ายสารพิษต่างๆในทางเดินอาหารอย่างไรก็ดีควรรับปราทานในปริมาณที่พอเหมาะเพราะในสาหร่ายมีปริมาณโซเดียมสูงผู้ที่เป็นโรคไตและความดันโลหิตสูงจึงควรระวัง สาหร่ายทะเลไม่เพียงอร่อย แต่ยังมากด้วยประโยชน์ ที่สำคัญมีราคาที่ไม่แพงนัก

สาหร่ายทะเล ใครๆ ที่ชอบรับประทานอาหารญี่ปุ่น คงจะคุ้นเคยและเคยลิ้มลองรสชาติของสาหร่ายเป็นอย่างดี เพราะเป็นส่วนประกอบหลักของอาหารญี่ปุ่นอันลือชื่อหลายอย่าง อาทิ ข้าวปั้นห่อสาหร่าย คนไทยก็นิยมนำสาหร่ายทะเลมารับประทาน โดยเฉพาะแกงจืดสาหร่าย แต่ดูเหมือนว่าญี่ปุ่นคงจะเป็นชนชาติแรกที่สันทัดในการนำเอาสาหร่ายทะเลมาประกอบอาหาร

สาหร่ายทะเล แหล่งกำเนิดอยู่ในท้องทะเลนั่นเอง และเป็นพืชชั้นต่ำ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าสาหร่ายทะเลสามารถเจริญเติบโตได้ในทะเลทุกหนทุกแห่งของโลก แต่ในความเป็นจริงแล้วสาหร่ายทะเลสามารถเจริญเติบโตได้ในบางเขตเท่านั้น และไม่ใช่ว่าจะสามารถพบสาหร่ายทะเลในทะเลเขตอบอุ่นได้เสมอไป ระยะแรกมนุษย์เราอาจไม่สนใจกับสาหร่ายทะเลมากนักเพราะเห็นเป็นสิ่งสกปรก หรือมองข้ามประโยชน์ไป จนกระทั่งสาหร่ายทะเลได้มาเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายก็เพราะ

ชาวจีนและญี่ปุ่นนำมาประกอบอาหารจนเป็นอาหารประจำชาติที่ขึ้นชื่อในประเทศไทยสำรวจพบว่าทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันมีสาหร่ายทะเล 106 สกุล 260 ชนิด แต่ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้เพียง 17 สกุล ซึ่งมีทั้งสาหร่ายทะเลสีเขียว สาหร่ายทะเลสีแดง และสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล

สาหร่ายทะเลมักขึ้นติดเกาะหินหรือของแข็งใต้ทะเลโดยใช้อวัยวะคล้ายรากยึดเกาะ แต่รากของสาหร่ายทะเลไม่สามารถหาอาหารได้เหมือนรากของพืชทั่วไป สาหร่ายทะเลสีน้ำตาลเป็นสาหร่ายทะเลที่เราพบเห็นง่ายที่สุดเวลาเราไปเที่ยวทะเล เพราะพวกมันจะเกาะอยู่กันเป็นกลุ่มหนาทึบบริเวณหินโสโครก หรือลอยมากับน้ำทะเลเวลามีคลื่นแรงๆ เราสามารถใช้สาหร่ายทะเลเป็นตัวแบ่งความตื้นลึกของทะเลได้เช่นกัน เพราะว่าสาหร่ายทะเลส่วนใหญ่จะไม่ขึ้นในน้ำที่ลึกเกินกว่า 50 เมตร

สาหร่ายทะเลนั้นมีประโยชน์หลายด้าน แม้ว่าสาหร่ายทะเลจะถูกจัดให้เป็นพืชชั้นต่ำแต่ความสำคัญประการหนึ่งที่มีต่อมวลมนุษยชาติ ที่มักจะถูกมองข้ามก็คือ การเป็นผู้ผลิตเบื้องต้นในระบบนิเวศน์ แม้แต่อากาศบริสุทธิ์ที่มนุษย์เราหายใจทุกวันส่วนใหญ่ได้มาจากผลพลอยได้ของกระบวนการสังเคราะห์แสงของสาหร่าย และสาหร่ายขนาดเล็กยังเป็นอาหารของสัตว์น้ำขนาดต่างๆ

ประโยชน์ในด้านการเกษตร สาหร่ายทะเลนำมาใช้ทำปุ๋ย ทำปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ซึ่งเป็นสารอินทรีย์ที่มีคุณค่าทางการเกษตร เกษตรกรที่อยู่ใกล้ทะเลได้ใช้สาหร่ายทะเลหมักเป็นปุ๋ยหมัก เพราะสาหร่ายทะเลมีโปแตสเซียม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพืช

ประโยชน์ในด้านการค้า สาหร่ายทะเลหลายชนิดมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการสกัดวุ้นใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง อุตสาหกรรมยารักษาโรค อุตสาหกรรมฟอกหนัง และอุตสาหกรรม
สิ่งทอ เป็นต้น โดยวุ้นที่ได้ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจากสาหร่ายทะเลสีแดง

ประโยชน์ในด้านการแพทย์ สาหร่ายทะเลบางชนิดใช้เป็นยา เช่น สาหร่ายทะเลสีน้ำตาลมีสารไอโอดีนสูง แพทย์จึงใช้สาหร่ายทะเลสีน้ำตาลรักษาโรคคอพอก นอกจากนี้ยังมีการนำสาหร่ายซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตสำหรับการทดสอบทางการแพทย์ พบว่า ในสาหร่ายประกอบด้วยกากใยชนิดพิเศษที่สามารถละลายในน้ำได้ซึ่งจะเป็นตัวกลางในการนำไขมันอันตราย สารอนุมูลอิสระต่างๆ ออกจากลำไส้ ป้องกันการก่อโรคมะเร็ง

ประโยชน์ต่อการเป็นอาหารของมนุษย์ คนไทยในแถบภาคใต้และภาคตะวันออกในอดีตและปัจจุบัน เช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา ปัตตานี ตราด จันทบุรี เป็นต้น ใช้สาหร่ายเป็นกับข้าวแทนผัก ชาวเกาะที่อาศัยอยู่ตามเกาะต่างๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกใช้สาหร่ายดิบเสริมเป็นกับข้าว และในประเทศที่คนใช้สาหร่ายเป็นอาหารมากที่สุดคือ ญี่ปุ่น ซึ่งทำให้สาหร่ายทะเลเป็นอาหารที่แพร่หลายไปทั่วโลก

การที่สาหร่ายทะเลได้กลายมาเป็นอาหารยอดนิยมของคนโดยทั่วไปได้นั้น เพราะในสาหร่ายทะเลมีสารอาหารและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยปกติสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกายมนุษย์ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน ซึ่งในสาหร่ายทะเลมีสารอาหารที่เป็นส่วนประกอบอันสำคัญคือ คาร์โบไฮเดรต แต่โปรตีนและไขมันนั้นแทบจะไม่มีเลย ตรงนี้เองที่ทำให้สาหร่ายทะเลกลายเป็นอาหารยอดนิยมและอาหารอันวิเศษเพราะเป็นอาหารที่ปราศจากแคลอรี่ จึงทำให้สาหร่ายทะเลได้รับการแนะนำว่าเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับใช้ลดความอ้วน เพราะมีแคลอรี่ต่ำนั่นเอง แต่ที่แน่ๆ 
ใช่ว่ากินแต่สาหร่ายทะเลทุกวันจะทำให้ลดความอ้วนได้ตลอดไป แต่ต้องหมั่นออกกำลังกายด้วย ไขมันที่สะสมในร่างกาย จึงจะถูกเผาผลาญออกไป ร่างกายก็จะแข็งแรง เรื่องของความอ้วนก็จะได้ไม่เป็นปัญหากวนใจต่อไป

นอกจากนี้ เนื่องจากสาหร่ายทะเล เป็นพืชน้ำที่เติบโตในทะเลซึ่งเป็นแหล่งสะสมดูดซับเกลือแร่ชนิดต่างๆ มากมายไว้อย่างคาดไม่ถึง จึงทำให้สาหร่ายทะเลมีเกลือแร่บางชนิดเป็นพิเศษ เช่น เหล็ก แคลเซียมและไอโอดีน ล้วนแต่เป็นธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะไอโอดีนที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากขาดไอโอดีน ร่างกายจะแคระแกรนและสมองทึบ ทำให้เกิดโรคคอหอยพอก สำหรับหญิงสาวแล้วมีงานวิจัยได้ค้นพบว่า ถ้าร่างกายได้รับสารไอโอดีนที่เพียงพอ จะทำให้ความสาวของผู้หญิงไม่ร่วงโรยเร็วจนเกินไป และเหนืออื่นใดนี้ สาหร่ายทะเลจะได้รับการพัฒนาให้เป็นอาหารสำหรับนักบินอวกาศ เพราะในยานอวกาศนั้นมีขีดจำกัดในเรื่องของน้ำและอาหาร

นอกจากประโยชน์และคุณค่าของสาหร่ายทะเลตามที่บอกไว้ข้างต้นแล้วนั้น ยังมีประโยชน์อีกหลายรูปแบบที่หลายคนอาจยังไม่ทราบ อาทิ การนำสาหร่ายทะเล หรือรากของมัน มาแช่ในน้ำเย็น 1 แก้ว ทิ้งค้างคืนเอาไว้หนึ่งคืนสำหรับเอาไว้ดื่มในตอนเช้า ดื่มเป็นประจำทุกวันสามารถแก้ปัญหาท้องผูกได้ หากมีอาการไอเป็นเลือดให้นำเอาสาหร่ายทะเลไปต้มและดื่มจะช่วยให้เลือดหยุดได้ ถ้าหากปากเปื่อย ลิ้นเปื่อยเป็นแผล ให้ใช้ผงสาหร่ายทะเลที่ไม่ผสมเกลือ ทาบริเวณที่เป็นแผล ถ้ามีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า ให้รับประทานสาหร่ายทะเลวันละครั้ง ผมหงอก ผมร่วงง่าย ควรรับประทานสาหร่ายทะเลประกอบอาหารทุกมื้อ และเจ็บคอ ปากบวม หรืออักเสบ ให้ดื่มน้ำต้มสาหร่ายทะเล

แต่อย่าเพิ่งนิยมชมชอบสาหร่ายทะเลมากเกินไป อย่าลืมว่าของทุกอย่างในโลกนี้มีทั้งคุณและโทษ สาหร่ายทะเลแม้ว่าจะมีประโยชน์อันหลากหลาย ก็มีสิ่งที่ก่อให้เกิดโทษเช่นกัน สาหร่ายทะเลหากปรากฎอยู่ในธรรมชาติมากๆ เกาะอยู่ตามหินชายฝั่งอย่างหนาแน่น สายของสาหร่ายก็จะสุมกันเป็นกองสวะใหญ่ลอยเป็นแพอยู่ในน้ำ หรือลอยเป็นฝ้า ซึ่งจำเป็นจะต้องตักทิ้งและกำจัดออก หากสาหร่ายปรากฎขึ้นมามากๆ หรือมีอยู่เป็นจำนวนมากๆ จะทำให้น้ำทะเลมีสีต่างๆ เช่น สีเขียว สีน้ำเงินแกมเขียว สีน้ำตาล สีแดง เป็นต้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เรียกว่า ขี้ปลาวาฬ (water bloom) ซึ่งทำให้สาหร่ายทะเลเคยตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งมาแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ดี สาหร่ายทะเลก็นับได้ว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ มีทั้งประโยชน์และโทษเพียงแต่ เราต้องรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาตินี้ให้ถูกต้องและเหมาะสม

ข้อมูล http://www.tei.or.th/

Share this :


Previous
Next Post »
0รู้ทันโรคมะเร็ง ป้องกันด้วยสมุนไพรไทย



Advertisment